Black Goat Farm Lifestyle โรคหลอดเลือดสมอง:  ป้องกันก่อนสายเกินไป

โรคหลอดเลือดสมอง:  ป้องกันก่อนสายเกินไป



โรคหลอดเลือดสมองหรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ สโตรก เป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่เกิดจากการที่เลือดไปเลี้ยงสมองไม่ทันจึงทำให้สมองเกิดการขาดออกซิเจนหรืออาจจะเกิดจากการมีเลือดออกภายในในสมองซึ่งทำให้เซลล์สมองที่ขาดออกซิเจนค่อยๆตายลงอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่นาที เป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องได้รับการรักษาโดยเร็วที่สุด ผู้ป่วยสโตรกมักจะมีอาการอ่อนแรง แขนขาชา พูดไม่ชัด ปากเบี้ยว มึนงง ซึ่งอาการเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน โดยผู้ป่วยสโตรกจำเป็นต้องได้รับการดูแลฟื้นฟูอย่างมืออาชีพ เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติ  สาเหตุหลักๆ มี 2 แบบ:

  1. หลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน (Ischemic Stroke): พบได้บ่อยที่สุด
  2. หลอดเลือดสมองแตก (Hemorrhagic Stroke): พบได้น้อยกว่า แต่มักมีอาการรุนแรง

อาการที่ควรสังเกต

จำง่ายๆ ด้วยคำว่า “FAST”

  • F (Face): ใบหน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว
  • A (Arms): แขนอ่อนแรงข้างใดข้างหนึ่ง ยกแขนไม่ขึ้น
  • S (Speech): พูดไม่ชัด ลิ้นแข็ง พูดไม่รู้เรื่อง
  • T (Time): เวลาเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าพบอาการเหล่านี้ ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลทันที

การดูแลผู้ป่วยสโตรก

การดูแลผู้ป่วยสโตรกเป็นการดูแลที่ต้องใช้ความร่วมมือจากหลายๆฝ่าย ทั้งทีมแพทย์ พยาบาล ครอบครัว และรวมไปถึงตัวผู้ป่วยด้วยนั้นเอง 

1. การดูแลแบบเฉียบพลัน: เป็นการนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุดเมื่อพบอาการเพื่อได้รับการรักษาทางการแพทย์ตามความหมาะสมและติดตามอาการอย่างใกล้ชิด

2. การพื้นฟูสมรรถภาพ: เริ่มการฟื้นฟูโดยเร็วที่สุดเท่าที่สภาพร่างการของผู้ป่วยจะรับไหว เริ่มจากการทำกายภาพบำบัดเพื่อฝึกการเคลื่อนไหว การทรงตัว และการเดิน ควรทำควบคู่ไปกับจิตบำบัดซึ่งจะช่วยในเรื่องการปรับตัวและจัดการกับอารมณ์

3. การดูแลที่บ้าน: เริ่มจากการจัดสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัยเพื่อลดความเสี่ยงในการหกล้ม ส่งเสริมให้ผู้ป่วยช่วยเหลือตัวเองเท่าที่ทำได้ ให้กำลังใจและสนับสนุนทางจิตใจ

4. การป้องกันการเกิดซ้ำ: ทานยาตามแพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพมากขึ้นสามารถเริ่มได้จากการออกกำลังกายและทานอาหารที่มีประโยชน์มากขึ้น งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์

5. การดูแลด้านจิตใจและอารมณ์: คอยสังเกตผู้ป่วยอยู่เสมอไม่ว่าจะเป็นอาการซึมเศร้าหรือวิตกกังวลควรส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมและให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตผู้ป่วย

6. การติดตามผลอย่างต่อเนื่อง: พบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอเพื่อประเมินความก้าวหน้าในการฟื้นฟูและปรับแผนการรักษาตามความเหมาะสม

การป้องกันโรคหลอดเลือดสมองมีวิธีอย่างไร ?

โรคหลอดเลือดสมองแบบเส้นเลือดสมองแตกเฉียบพลัน เป็นโรคที่ไม่มีอาการเตือนล่วงหน้าดังนั้นการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองเริ่มต้นได้จากการดูแลสุขภาพพื้นฐาน การควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง การควบคุมระดับน้ำตาลและไขมันในเลือดก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและการทานอาหารที่มีประโยชน์ก็ฃเป็นพื้นฐานสำคัญของการมีสุขภาพดี นอกจากการดูแลสุขภาพกายแล้ว การจัดการความเครียดก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน ความเครียดเรื้อรังสามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพในหลายด้านเช่นกัน การตรวจสุขภาพประจำปีเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย การตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้เราทราบถึงความเสี่ยงต่างๆ และสามารถป้องกันหรือรักษาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น